นักฟุตบอลที่มีชื่อว่า เนย์มาร์ เหตุผลที่ไม่สามารถเทียบ โรนัลโด้กับเมสซี่ได้

แน่นอนเขาว่าชื่อของเนย์มาร์ทีมชาติบราซิลเขาคือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกคนนึงในยุคปัจจุบันเขามีพร้อมทุกอย่างทั้งพรสวรรค์ทักษะลูกหนังความเร็วยิงคมเทคนิคที่อัดแน่นเต็มเปี่ยมใน 2 แข้งของเขาที่นักเตะระดับโลกคนนึงควรจะมีสไตล์การเล่นอันพริ้วไหวที่เป็นเชื้อสายของชาวแซมบ้าทำให้เนย์มาร์กลายเป็นขวัญใจของเด็กหลายล้านคนบนโลกที่มองเค้าเป็นต้นแบบเช่นเดียวกับเมสซี่และโรนัลโด้แต่สิ่งหนึ่งนะครับที่ยังคงเป็นคำถามที่เป็นเหมือนกำแพงบางๆที่กั้นความสำเร็จสูงสุดอันเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วโลกของเนย์มาร์ให้เหมือนกับเมสซี่โรนัลโด้นั้นยังคงมีอยู่แม่ว่าเนย์มาร์เองจะมีทักษะฟุตบอล gclub ที่เก่งกาจเป็นที่ยอมรับแต่การจะเป็นสุดยอดนักเตะให้คนรักหรือยอมรับนั้นมันไม่ใช่แค่เรื่องของฝีเท้าเพียงอย่างเดียวพฤติกรรมทั้งในและนอกสนามนั้นถือเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลให้คนยอมรับในตัวคุณมากกว่า ฝีเท้าเพราะหากย้อนกลับไปในช่วงหลายปีก่อนจนมาถึงปัจจุบันมีเรื่องราวดราม่ามากมายที่โด่งดังไม่แพ้ฝีเท้าในสนามเลยจนมาถึงปัจจุบันแม้ว่าทีมชาติบราซิลเองจะตกรอบในฟุตบอลโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องราวของเนย์มาร์กับถูกพูดถึงมากกว่าการตกรอบของทีมชาติบราซิลเสียอีกเรื่องที่ถูกพูดถึงคงหนีไม่พ้นการที่เขาเอกถูกวิจารณ์ว่าตั้งใจพุ่งล้มมากกว่าที่จะตั้งใจเล่นฟุตบอลโดยมีสถิติออกมาว่าเนย์มาร์ใช้เวลาในการนอนเจ็บบนสนามฟุตบอล gclub โลกนานถึง14 นาทีตั้งแต่การลงสนามนัดแรกจนถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่บราซิลพบกับเม็กซิโกและที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์มากที่สุดคงหนีไม่พ้นนัดที่บราซิลพบกับเม็กซิโกโดยจังหวะในเกมที่เนย์มาร์ถูกมิเกลยารุน ตัวสำรองของทีมชาติเม็กซิโกย่ำเข้าไปที่ข้อเท้าจนเนย์มาร์ไปนอนกับพื้นซึ่งในเกมลูกหนังย่อมมีลูกตุกติกใส่กันหรือตบตากรรมการกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเพื่อเป็นสีสันแต่ทว่าสิ่งที่เนย์มาร์ทำหลายคนมองว่ามันเกินไปหรือไม่กับการที่ลงไปนอนเจ็บในจังหวะนั้นถึง 5 นาทีซึ่งหลายคนมองว่ามันโอเวอร์แอคติ้งเกินไปซึ่งในภาพช้านะครับอาจจะยอมรับได้ว่า โดนย่ำจริงแต่ถ้ามองอีกมุมเนย์มาร์เองก็เคยตุกติกเหมือนกันไม่ใช่หรือหรือจะเทียบกับนักฟุตบอลหลายคนต้องเข้าประทะอย่างหนักจนหัวแตกเขาก็แค่เอาผ้าพันแผลห้ามเลือดแล้ววิ่งลงสนามมาสู้ใหม่ปล่อยให้เรื่องของถูกผิดเป็นหน้าที่ของผู้ตัดสินไปแต่ในกรณีของเนย์มาร์แทนที่เขาจะถูกคนอื่นเห็นใจที่โดนกระทำเช่นนั้นเขากลับทำให้ตัวเองโดนวิจารณ์เสียเองแน่นอนครับสไตล์การเล่นของเนย์มาร์ย่อมเป็นเป้าหมายของกองหลังฝ่ายตรงข้ามอยู่แล้วในการไล่หวดและเตะสกัดเพราะว่าเขาคือตัวอันตรายของคู่ต่อสู้เช่นเดียวกับโรนัลโด้หรือเมสซี่ในยามที่ลงสนามเขาเองก็คือเป้าหมายหลักของฝ่ายตรงข้ามที่ถูกสั่งเก็บอยู่แล้วเช่นกันแต่เราไม่เคยเห็นโรนัลโด้กับเมสซี่เองต้องทำอะไร Over acting แบบนี้เลยเข้าโดนเตะเจ็บก็แค่ลุกขึ้นมาเอาชนะคู่แข่งด้วยการยิงประตูแล้วคว้าชัยชนะนี้ถึงจะเรียกว่าการเป็นผู้ชนะแบบเป็นที่ยอมรับอย่างแท้จริงเพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมเนย์มาร์จึงไม่สามารถแทรกแซงและก้าวขึ้นมาเทียบรัศมีของนักฟุตบอลแห่งยุค 2